Skip to content

Backup ข้อมูลอย่างปลอดภัยด้วย WPvivid

ใครที่ไม่ค่อยสำรองข้อมูลเว็บ วันดีคืนดีถ้าฟลุ๊คเจอเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เว็บล่มใช้งานไม่ได้ หรือติดไวรัส อาจจะต้องนั่งกุมขมับเลยนะครับ เพราะฉะนั้นมาสำรองข้อมูลของเราให้ปลอดภัยกันดีกว่าครับ

แนะนำ WPvivid

WPvivid เป็นปลั๊กอินสำรองข้อมูลและย้ายข้อมูล และการจัดเตรียมสร้างไซต์ชั่วคราวบนไดเร็กทอรีย่อยเพื่อใช้ทดสอบ WordPress ปลั๊กอิน ธีม และการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์แบบปลอดภัย ซึ่งเป็นคุณสมบัติพื้นฐานของตัวปลั๊กอิน และยังเข้ากันได้กับปลั๊กอินจัดการเว็บ WordPress อย่าง MainWP ช่วยให้เราสามารถตั้งค่าและควบคุมปลั๊กอิน WPvivid Backup & Migration สำหรับเว็บย่อยทั้งหมดได้โดยตรงจากแดชบอร์ด MainWP อีกต่างหาก

ปัจจุบันมีผู้ใช้ติดตั้งไปแล้วมากกว่า 500,000+ ครั้ง และได้รับการโหวตระดับ 5/5 ดาว เลยทีเดียว

ฟีเจอร์หลัก

1. สำรองข้อมูลง่าย

สร้างการสำรองข้อมูลไซต์ WordPress ได้อย่างง่ายดาย สามารถเลือกสำรองข้อมูลทั้งไซต์ (ฐานข้อมูล+ไฟล์) ไฟล์ทั้งหมด หรือเฉพาะฐานข้อมูลเท่านั้น

2. การโยกย้ายอัตโนมัติ

โคลนและย้ายไซต์ WordPress ของเราไปยังโดเมนใหม่ด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว ปลั๊กอิน WPvivid Backup & Migration รองรับการโยกย้ายไซต์ที่กำลังพัฒนาไปยังเซิร์ฟเวอร์ใหม่ หรือไปยังโดเมนใหม่ หรือจากเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานจริงไปยังอีกเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง

3. สร้างไซต์ Staging

สร้างไซต์ชั่วคราวบนไดเร็กทอรีย่อยของไซต์ที่ใช้งานจริงเพื่อทดสอบ WordPress, ปลั๊กอิน, ธีม และการเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์อย่างปลอดภัย สามารถเลือกสิ่งที่จะคัดลอกจากไซต์ที่ใช้งานจริงไปยังไซต์ชั่วคราวได้

4. การสำรองข้อมูลตามกำหนดเวลา

กำหนดเวลาเรียกใช้การสำรองข้อมูลอัตโนมัติบนเว็บไซต์ สามารถตั้งค่าการสำรองข้อมูลให้ทำงานทุกๆ 12 ชั่วโมง รายวัน รายสัปดาห์ รายปักษ์ รายเดือน เลือกรายการสำรองข้อมูลและปลายทาง

5. การสำรองข้อมูล Offsite ไปยังที่เก็บข้อมูลระยะไกล

ส่งข้อมูลสำรองแบบ Offsite ไปยัง Remote Location ปลั๊กอิน WPvivid Backup & Migration รองรับผู้ให้บริการพื้นที่เก็บข้อมูลบนคลาวด์ชั้นนำ เช่น Dropbox, Google Drive, Amazon S3, Microsoft OneDrive, DigitalOcean Spaces, FTP และ SFTP

6. คืนค่าด้วยคลิกเดียว

กู้คืนไซต์ WordPress จากข้อมูลสำรองด้วยการคลิกเพียงครั้งเดียว

7. รองรับการเก็บข้อมูลบนคลาวด์

ปลั๊กอิน WPvivid Backup & Migration รองรับ Dropbox, Google Drive, Microsoft OneDrive, Amazon S3, DigitalOcean Spaces, SFTP, FTP ถ้าใช้ WPvivid Backup & Migration รุ่น Pro จะรองรับ Wasabi, pCloud, Backblaze, WebDav และอีกมากมาย

สเป็คขั้นต่ำที่รองรับ

ปลั๊กอิน WPvivid Backup & Migration กำหนดความต้องการขั้นต่ำที่ใช้ปลั๊กอินดังนี้ครับ

– Character Encoding UTF-8

– PHP เวอร์ชั่น 5.3

– MySQL เวอร์ชั่น 4.1

– WordPress เวอร์ชั่น 4.5

ฟีเจอร์รุ่น Pro

+ ปรับแต่งได้ทุกอย่างเพื่อสำรองข้อมูล

+ สร้างไซต์ชั่วคราวและทำให้ไซต์ชั่วคราวใช้งานได้

+ การสำรองข้อมูล Incremental

+ การเข้ารหัสการสำรองฐานข้อมูล

+ สำรองข้อมูลอัตโนมัติ WordPress ธีม และปลั๊กอิน

+ การสำรองข้อมูลเว็บ WordPress multisite

+ การสำรองข้อมูลเว็บ WordPress multisite staging

+ สร้างการติดตั้ง WP ใหม่

+ การสำรองข้อมูลแบบ Remote ขั้นสูง

+ กำหนดการสำรองข้อมูลขั้นสูง

+ คืนค่าการสำรองแบบ Remote

+ ย้ายไซต์ผ่านการจัดเก็บข้อมูลแบบ Remote

+ ย้ายไซต์ย่อย (MU) ไปยังการติดตั้ง WordPress แบบเว็บเดียว

+ สามารถสร้าง White label สำหรับ WPvivid Backup & Migration Pro

+ ควบคุมการเข้าถึงของผู้ใช้ WPvivid Backup & Migration Pro

ราคารุ่น Pro

สำหรับรุ่น Pro แนะนำแพลนแบบ Lifetime กันไปเลยนะครับ คุ้มค่ากว่า

1. แพลน Blogger ราคา 99 USD ต่อ 2 เว็บ อัพเดตฟรีตลอดชีพ (ประมาณ 3,700 บาท)

2. แพลน Freelancer ราคา 139 USD ต่อ 10 เว็บ อัพเดตฟรีตลอดชีพ (ประมาณ 5,200 บาท)

3. แพลน Small Business ราคา 199 USD ต่อ 50 เว็บ อัพเดตฟรีตลอดชีพ (ประมาณ 7,400 บาท)

4. แพลน Ultimate ราคา 299 USD ไม่จำกัดเว็บ อัพเดตฟรีตลอดชีพ (ประมาณ 12,000 บาท)

ทดลองการใช้งาน

จัดการติดตั้งปลั๊กอินให้เรียบร้อย ไปที่เมนู Plugins > Add new plugin ค้นหาคำว่า “WPvivid” กดติดตั้งและ Activate ตามลำดับครับ

หลังจากติดตั้งเรียบร้อย เมนูจะอยู่ด้านซ้ายมือชื่อ WPvivid Backup

การใช้งานให้เราไปที่เมนู Backup & Restore

การสำรองข้อมูลแบบจัดการเองจะมีตัวเลือกคือ

– Database + Files (WordPress Files) สำรองทั้ง Database และไฟล์ WordPress

– WordPress Files (Exclude Database) สำรองเฉพาะไฟล์ WordPress

– Only Database สำรองเฉพาะ Database

– Save Backups to Local เก็บไฟล์ไว้ในเครื่องเราเอง

– Send Backup to Remote Storage เก็บไฟล์ไว้ด้วยระบบ Remote เช่น Cloud, FTP

ถ้าเลือกเก็บไฟล์แบบ Remote จะต้องไปตั้งค่าที่แท็บ Remote Storage ด้วย

ถ้าเราเลือกเก็บไฟล์แบบ Local ให้กดปุ่ม Backup Now ได้เลยครับ รอปลั๊กอินทำงานสักครู่ขึ้นอยู่กับขนาดไฟล์และขนาด Database ของเว็บเรา ถ้ามีขนาดใหญ่อาจจะต้องรอนานหน่อย

ข้อมูลที่สำรองเสร็จแล้วจะแสดงที่ด้านล่างให้เรากด Download หรือ Restore ได้ตามต้องการครับ

ข้อสังเกตการสำรองข้อมูลอาจจะใช้เวลานานสักนิด เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างปลั๊กอิน All-in-One WP Migration

สรุป

ปลั๊กอิน WPvivid Backup & Migration เป็นปลั๊กอินสำรองข้อมูลฟรีที่ตั้งค่าได้หลากหลาย สามารถสำรองข้อมูลเก็บบน Cloud ได้ด้วย ซึ่งน่าใช้งาน แต่มีคู่แข่งที่สำคัญคือปลั๊กอิน All-in-One WP Migration ที่มีความเสถียรในการสำรองข้อมูลและความไว แต่มีข้อจำกัดในเรื่องขนาดไฟล์ในการสำรองข้อมูลสำหรับเวอร์ชั่นฟรี

รายละเอียดเพิ่มเติม

Back To Top