
วิธีจำกัดการรับชมเนื้อหาในเว็บ
การจำกัดการเข้าชมเนื้อหามีประโยชน์สำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมว่าใครสามารถเข้าถึงเนื้อหานั้นๆ บนเว็บไซต์ได้ ยิ่งถ้าคุณเป็น Blogger อยากจะจำกัดบทความให้อ่านได้เฉพาะสมาชิกเท่านั้นจะทำอย่างไรนั้น ไปติดตามกันได้เลยครับ
ทำไมต้องจำกัดเนื้อหา
ส่วนใหญ่การจำกัดเนื้อหาหรือที่เรียกกันว่า Restrict Content จะถูกใช้เมื่อเรามีบทความพิเศษหรือส่วนของเว็บที่ให้เฉพาะสมาชิกเข้าชมได้เท่านั้น หรือต้องการสร้างรายได้สำหรับเนื้อหาที่ถูกจำกัดการเข้าชม หรือแม้แต่การปกป้องเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน เช่น ข้อมูลส่วนบุคคล หรือเนื้อหาที่ได้รับลิขสิทธิ์ เป็นต้นครับ
การใช้เว็บไซต์ WordPress ช่วยให้เราสามารถสร้างและจัดการเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามบางครั้งเราอาจต้องการควบคุมว่าใครสามารถเข้าถึงเนื้อหาบนเว็บไซต์ได้บ้าง ซึ่งก็คือจุดประสงค์ของปลั๊กอินประเภทจำกัดเนื้อหา

ปลั๊กอินเหล่านี้ช่วยให้เราสามารถจำกัดเนื้อหาตามบทบาทผู้ใช้ กลุ่มผู้ใช้ แพ็คเกจสมาชิก หรือแม้แต่ที่อยู่ IP สามารถใช้ปลั๊กอินเหล่านี้เพื่อสร้างเนื้อหาแบบสมาชิก โดยที่ผู้ใช้จะต้องสมัครสมาชิกและชำระเงินก่อนที่พวกเขาจะสามารถเข้าถึงเนื้อหาได้ ยกตัวอย่างเช่น เรากำหนดล็อคส่วนของวิดีโอหรือหลักสูตรออนไลน์ สำหรับสมาชิกแบบชำระเงินของคุณเท่านั้น ซึ่งการจำกัดเนื้อหาในบทความนี้เราจะเลือกปลั๊กอิน Restrict Content ครับ
แนะนำปลั๊กอิน Restrict Content
ปลั๊กอิน Restrict Content พัฒนาโดย StellarWP เป็นปลั๊กอินสมาชิก WordPress ที่ทรงพลังตัวหนึ่ง ช่วยให้คุณสามารถสร้างรายได้จากการเข้าถึงเนื้อหา ให้คุณควบคุมได้อย่างเต็มที่ว่าใครสามารถดูเนื้อหาบนเว็บไซต์ WordPress ได้
Restrict Content สามารถกำหนดให้มีผลเฉพาะสมาชิกเต็มรูปแบบ หรือเว็บไซต์สมัครสมาชิกที่มีระดับการเป็นสมาชิกหลายระดับ หรือเพียงซ่อนหน้า Page หรือ Post ปลั๊กอินจะช่วยทำให้การจำกัดการเข้าถึงโพสต์ เพจ สื่อ Custom post types ของเราเป็นเรื่องง่ายครับ

การใช้ปลั๊กอิน Restrict Content เป็นตัวจัดการสมาชิก
+ สร้างระดับสมาชิกหรือแพ็คเกจการสมัครสมาชิกได้ไม่จำกัด สร้างการเป็นสมาชิกหรือการสมัครสมาชิกแบบฟรี ทดลองใช้ และแบบพรีเมียมได้อย่างง่ายดาย แต่ละแผนสามารถใช้ตั้งค่าการเข้าถึงเนื้อหาเฉพาะของผู้ใช้บนเว็บไซต์ของคุณได้
+ ขายการเป็นสมาชิกและเรียกเก็บเงินบนเว็บไซต์ สามารถเรียกเก็บเงินด้วย Stripe ในเวอร์ชันฟรีได้!
+ ควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาสำหรับสมาชิก ตัดสินใจว่าใครบ้างที่สามารถเข้าถึงเพจ โพสต์ คลังข้อมูล และแม้กระทั่งบล็อก WordPress โดยพิจารณาจากแผน สถานะ และอื่นๆ ของสมาชิก
+ จัดการสมาชิกหรือ Subscribers การจำกัดเนื้อหาทำให้คุณสามารถติดตามสมาชิกได้อย่างง่ายดายผ่านอินเทอร์เฟซผู้ดูแลระบบที่ใช้งานง่าย ดูสมาชิกที่ใช้งานอยู่ หมดอายุ ยกเลิก และรอดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว สามารถเพิ่มสมาชิกได้ด้วยตนเอง แก้ไขเป็นกลุ่ม และค้นหาได้
+ อนุญาตให้สมาชิกจัดการบัญชีของตนด้วยการจัดการบัญชีแบบ self-service สามารถดูสถานะบัญชี วันต่ออายุหรือวันหมดอายุ และตัวเลือกในการอัปเกรดหรือยกเลิกบัญชีของตนได้ สามารถเข้าถึงประวัติการชำระเงินทั้งหมด รวมถึงใบแจ้งหนี้ PDF สำหรับการชำระเงินแต่ละครั้ง สามารถอัปเดตชื่อบัญชี อีเมล และรหัสผ่านผ่านเครื่องมือแก้ไขโปรไฟล์ได้
+ เสนอการเป็นสมาชิกตามสัดส่วน ลูกค้าสามารถอัปเกรดและดาวน์เกรดระหว่างระดับสมาชิกได้ตลอดเวลา การอัปเกรดและดาวน์เกรดเหล่านี้คิดตามสัดส่วนโดยขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ลูกค้าได้ชำระเงินไปแล้วและเวลาที่เหลืออยู่ในการเป็นสมาชิกปัจจุบัน
+ Auto-renew ต่ออายุสมาชิกอัตโนมัติ เลือกว่าการชำระเงินค่าสมาชิกควรต่ออายุอัตโนมัติเสมอหรือให้ลูกค้าตัดสินใจได้เอง
การใช้ปลั๊กอิน Restrict Content เป็นตัวจำกัดเนื้อหา
+ จำกัดการเข้าถึงบทบาทของผู้ใช้ จำกัดการเข้าถึงเนื้อหาทั้งหมดผ่านอินเทอร์เฟซบนหน้าจอโพสต์ เพจ และหน้าจอแก้ไข Custom post type
+ ควบคุมการเข้าถึงเนื้อหาของผู้ใช้ตามบทบาทผู้ใช้ WordPress ระดับการเข้าถึง หรือระดับสมาชิก
+ ปกป้องเนื้อหาที่ละเอียดอ่อน
+ แยกเนื้อหาสาธารณะออกจากเนื้อหาส่วนตัวอย่างชัดเจน
+ จำกัดการเข้าถึงทั้งหน้าหรือเฉพาะบางส่วน
+ ให้ผู้ใช้ลงทะเบียนและเข้าสู่ระบบจาก Frontend ของเว็บไซต์
ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ
+ ระดับสมาชิก สามารถตั้งค่าระดับการเข้าถึง ระยะเวลา (เป็นวัน เดือน ปี) จำนวนการต่ออายุ ราคา ค่าธรรมเนียมการสมัคร สถานะ กำหนดบทบาทผู้ใช้ WordPress กำหนดราคาใดก็ได้ (รวมถึงฟรี) หรือกำหนดค่าธรรมเนียมการสมัคร กำหนดความถี่และระยะเวลา และระบุบทบาทของผู้ใช้ที่จะกำหนดให้กับสมาชิกเมื่อลงทะเบียน
+ หน้าสมาชิกที่สร้างอัตโนมัติ ประกอบด้วย การลงทะเบียน, Success, บัญชี, แก้ไขโปรไฟล์ อัปเดตข้อมูลการเรียกเก็บเงิน
+ การต่ออายุอัตโนมัติ กำหนดให้ลูกค้าเลือกว่าจะต่ออายุอัตโนมัติ ต่ออายุอัตโนมัติเสมอ หรือไม่ต่ออายุอัตโนมัติเลย
+ Payment Gateways มีตัวเลือกการชำระเงิน คือ Stripe และ Manual Payments, PayPal (เวอร์ชั่น Pro), Authorize.net (เวอร์ชั่น Pro), Braintree (เวอร์ชั่น Pro), Custom (เวอร์ชั่น Pro)

+ อัปเกรด/ดาวน์เกรดการเป็นสมาชิก อนุญาตให้สมาชิกเปลี่ยนระดับการสมัครสมาชิกได้ตลอดเวลา
+ กำหนดค่าอีเมลของสมาชิก สามารถ Activate การเป็นสมาชิกแบบชำระเงินผ่านอีเมล, สมาชิกฟรี Activate ทางอีเมล, อีเมลสมาชิกที่ยกเลิก, อีเมลสมาชิกหมดอายุ, อีเมลที่ได้รับการชำระเงิน, อีเมลการชำระเงินต่ออายุล้มเหลว
+ Payment Invoices ใบกำกับการชำระเงินมีการออกแบบที่สะอาดตาและสามารถพิมพ์ได้ ปรับแต่งด้วยโลโก้ ชื่อบริษัท ที่อยู่ อีเมล ข้อความส่วนหัว บันทึกย่อ และข้อความส่วนท้าย
+ สมาชิกตามสัดส่วน อนุญาตให้สมาชิกชำระค่าส่วนต่างเมื่ออัปเกรด
+ Redirect URL หน้าล็อคอินได้
+ Content Excerpts เลือกว่าจะแสดงข้อความ Excerpts ให้กับสมาชิกโดยไม่ต้องเข้าถึงเนื้อหาหรือไม่
+ Import/Export ข้อมูล สามารถบันทึกข้อมูลสมาชิกไปยังบริการหรือแอปพลิเคชันอื่น เช่น MailChimp หรือ Excel ปลั๊กอิน Restrict Content ช่วยให้คุณ Export บันทึกสมาชิกทั้งหมดเป็น CSV ได้ตลอดเวลา
+ จำกัดการเข้าถึงเนื้อหาของ WooCommerce

วิธีใช้งาน
หลังจากติดตั้งปลั๊กอิน Restrict Content แล้วไปที่เมนู Settings เพื่อดูการกำหนดค่าก่อนครับ

แท็บ General เป็นการกำหนดเลือกหน้าที่ใช้แสดงส่วนของสมาชิก ที่ตัวปลั๊กอินสร้างขึ้นมาให้โดยอัตโนมัติ ซึ่งจะใช้ Shortcode แปะไว้ที่หน้าต่างๆ

แท็บ Payments สามารถกำหนดสกุลเงินและตัวเลือกการชำระเงิน

แท็บ Emails ตั้งค่าเกี่ยวกับการส่งอีเมล

แท็บ Invoices สามารถใส่ข้อมูลของ Invoice ของเราได้

แท็บ Misc กำหนดค่าส่วนอื่นๆ

ส่วนถัดไปเข้าที่เมนู Membership Levels ส่วนนี้เราสามารถกำหนดระดับของสมาชิกได้ สามารถกำหนด Level และราคา รวมถึง User Role เมื่อกำหนดเสร็จให้กดปุ่ม Add Membership Levels

ทดสอบไปที่ Page หรือ Post ที่เราต้องการ ดูตรงหัวข้อ Restrict Content > Member access options

เลือก Members of membership level(s) ตรงตัวเลือก Select who should have access to this content.

จากนั้นเลือก Members of specific membership levels และติ๊กเลือกชื่อที่เราสร้างขึ้นในหน้า Membership Levels

เมื่อทดสอบพรีวิวหน้าเว็บด้วยเบราวเซอร์อื่น จะพบว่าไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาที่เราได้กำหนดไว้แล้วครับ

ราคา

ราคาต่อ 1 เว็บเริ่มต้นที่ 99 USD/ปี และแบบ Unlimites Websites ราคา 249 USD / ปีครับ
สรุป
และนี่ก็คือการจำกัดการเข้าถึงเนื้อหาแบบง่ายๆ ที่ใช้ได้ผลดีทีเดียวด้วยปลั๊กอิน Restrict Content ใครที่ชื่นชอบอย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ เพจของเรา wpthaiuser กันด้วยนะครับ
