ฐานข้อมูลคำพิพากษาฎีกาไทยที่ครบถ้วนที่สุด

คำพิพากษาฎีกา

ค้นหาและเรียกดูคำพิพากษาศาลฎีกาทุกหมวดหมู่

พบ 133,087 รายการ

หน้า 1 / 6655
คำวินิจฉัยที่ 112/2569 กฎหมายอาญา

คำวินิจฉัยที่ 112/2569

คดีที่นางสาว น. โจทก์ ยื่นฟ้องนาย ว. จำเลย ความว่า จำเลยนำข้อความอันเป็นเท็จยื่นฟ้องโจทก์เป็นคดีอาญาต่อศาลอาญา และเบิกความอันเป็นเท็จต่อศาลในคดีอาญาดังกล่าวยืนยันว่าโจทก์นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ซึ่งศาลอาญาไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่า คดีมีมูลเฉพาะข้อหาฟ้องเท็จ เบิกความเท็จ ให้ประทับฟ้องในข้อหาดังกล่าว ส่วนข้อหาอื่นให้ยกฟ้อง จำเลยให้การปฏิเสธและยื่นคำร้องโต้แย้งเขตอำนาจศาลว่า ขณะเกิดเหตุจำเลยเป็นนายทหารชั้นประทวนยศจ่าสิบตรี ซึ่งเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร คดีจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลทหาร ศาลอาญาเห็นว่า ขณะเกิดเหตุตามฟ้อง จำเลยรับราชการทหารเป็นนายทหารประทวน เป็นคดีซ

122 พ.ศ. 2569
อ่านต่อ →
คำวินิจฉัยที่ 113/2569 กฎหมายปกครอง

คำวินิจฉัยที่ 113/2569

คดีที่ เอกชนผู้ฟ้องคดี ยื่นฟ้องสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระยอง ที่ 1 นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดระยอง ที่ 2 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ความว่า ผู้ฟ้องคดีได้พบเห็นการกระทำอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 จึงได้ส่งบันทึกการแจ้งและรับแจ้งความนำจับตามแบบ (น.จ. 1) พร้อมผลิตภัณฑ์และเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้องกับการแจ้งความนำจับกรณีประสงค์รับเงินสินบนนำจับไปยังผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ด้วยวิธีการไปรษณีย์ลงทะเบียน แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 กลับมีหนังสือแจ้งให้ผู้ฟ้องคดีแจ้งความนำจับด้วยตนเอง ขอให้ศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ลดการสร้างขั้นตอนโด

39 พ.ศ. 2569
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 664/2569 กฎหมายอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 664/2569

การที่จำเลยลักบัตร KDEBIT ที่ธนาคารออกให้แก่ผู้เสียหาย เป็นความผิดสำเร็จกรรมหนึ่งซึ่งเป็นกรรมเดียวกับความผิดฐานเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น ส่วนที่จำเลยนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้เบิกถอนเงินสดที่ตู้เอทีเอ็มเพื่อถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายนั้น เป็นเจตนาอีกเจตนาหนึ่งจึงเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่ง แต่การที่จำเลยนำบัตรอิเล็กทรอนิกส์ไปใช้เบิกถอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหายย่อมทำให้ความผิดฐานมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นซึ่งผู้ออกได้ให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เบิกถอนเงินสดเกลื่อนกลืนอยู่กับความผิดฐานใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นซึ่งผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เบิกถอนเงินสดแล้ว หาได้

120 พ.ศ. 2569
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 5745/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5745/2568

เจ้าพนักงานบังคับคดีมีอำนาจในฐานะเป็นเจ้าพนักงานศาลในการดำเนินการบังคับคดีให้เป็นไปตามที่ศาลได้กำหนดไว้ในหมายบังคับคดี ตาม ป.วิ.พ. มาตรา 278 วรรคหนึ่ง การที่เจ้าพนักงานบังคับคดีอายัดสิทธิเรียกร้องของจำเลยที่มีต่อธนาคารและธนาคารส่งเงินฝากที่อายัดไว้ซึ่งมีจำนวนเพียงพอต่อการชำระหนี้และค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทนตามหมายบังคับคดีต่อเจ้าพนักงานบังคับคดีก่อนเวลาที่จำเลยจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอให้พิจารณาคดีใหม่ ย่อมเท่ากับเงินจำนวนดังกล่าวมาอยู่ในอำนาจของศาลก่อนที่จำเลยจะยื่นอุทธรณ์คำสั่งขอให้พิจารณาคดีใหม่แล้ว เมื่อจำเลยไม่สามารถบริหารจัดการเงินจำนวนนี้ได้อีกและโจทก์ก็มีเงินจำนวนนี้เป็นประกันว่าจะได้รับค่าฤชา

37 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 7903/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7903/2568

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยเป็นหนี้โจทก์ตามสัญญาจำนองที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเพื่อเป็นประกันหนี้การกู้ยืมเงินจากโจทก์ และหนี้ผิดสัญญาโอนสิทธิการขายโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาล กรณีโจทก์กับสมาคมคนตาบอดจังหวัดลำพูนที่มีจำเลยเป็นนายกสมาคม ทำสัญญาให้โจทก์เป็นผู้แทนในการรับสลากกินแบ่งรัฐบาลจากสมาคมไปจำหน่ายต่อ แต่ต่อมาสมาคมและจำเลยไม่สามารถจัดส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่โจทก์ได้ ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า หนี้ตามฟ้องทั้งสองรายการเป็นมูลหนี้เดียวกันเพราะหลังจากที่สมาคมคนตาบอดจังหวัดลำพูนไม่สามารถจัดส่งสลากกินแบ่งรัฐบาลให้แก่โจทก์ได้ โจทก์เรียกค่าเสียหาย 700,000 บาท ต่อมาจำเลยจดทะเบียนจำนองท

29 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 8165/2568 กฎหมายอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8165/2568

คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดฐานพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร ตาม ป.อ. มาตรา 371 ปรับคนละ 200 บาท ความผิดฐานนี้จึงต้องห้ามอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 193 ทวิ จำเลยที่ 3 อุทธรณ์ว่าไม่ได้ร่วมกระทำผิดคดีนี้ ขอให้พิพากษายกฟ้อง เป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง จึงต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ตามบทกฎหมายข้างต้น การที่ศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษหยิบยกความผิดฐานนี้ขึ้นวินิจฉัย จึงเป็นการไม่ชอบ จำเลยที่ 3 จึงไม่มีสิทธิยื่นฎีกาในความผิดดังกล่าว และโจทก์มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันทำร้ายผู้อื่นเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายเพื่อตระเตรียมการ หรือเ

34 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 8936/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8936/2568

การสละมรดกนั้น ป.พ.พ. มาตรา 1619 บัญญัติไว้ว่า ผู้ใดจะสละหรือจำหน่ายจ่ายโอนโดยประการใด ซึ่งสิทธิอันหากจะมีในภายหน้าในการสืบมรดกผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่นั้นไม่ได้ ส. บิดาโจทก์ถึงแก่ความตายก่อน พ. ประมาณ 1 เดือน การตกลงรับและมอบเงินให้ ส. บิดาโจทก์จึงเป็นการแบ่งเงินให้ก่อน พ. ถึงแก่ความตาย จะถือว่า ส. บิดาโจทก์สละมรดกของ พ. แล้วไม่ได้ การที่จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกของ พ. เป็นของตนเองและของจำเลยที่ 2 โดยยึดถือเอาข้อตกลงกันเองระหว่างทายาทซึ่งรวมถึง ส. บิดาโจทก์ด้วย และไม่มีทรัพย์มรดกอื่นของ พ. ที่จะต้องดำเนินการจัดแบ่งกันอีก จำเลยทั้งสองครอบครองที่ดินดังกล่าวในส่วนของตน

24 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 3236/2567 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3236/2567

ผู้ร้องจดทะเบียนสมรสกับ จ. เมื่อผู้ร้องถูกเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาฟ้องเป็นคดีล้มละลาย ผู้ร้องเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของ จ. ซึ่งเป็นข้าราชการตำรวจและเกรงว่า จ. จะถูกบังคับคดีด้วย จึงไปจดทะเบียนการหย่าโดยมีเจตนาเพื่อเลี่ยงการถูกบังคับคดีและไม่ให้ส่งผลกระทบต่อหน้าที่การงานของ จ. หลังจากจดทะเบียนหย่าแล้ว ผู้ร้องกับ จ. ยังคงใช้ชีวิตร่วมกัน และขอให้ศาลสั่งว่าการจดทะเบียนการหย่าเป็นโมฆะ เช่นนี้คำร้องขอคดีนี้จึงขัดกับบันทึกท้ายทะเบียนการหย่า ที่ระบุว่า คู่หย่าทั้งสองฝ่ายสมัครใจจดทะเบียนหย่ากันโดยเปิดเผยต่อหน้านายทะเบียน ทั้งเหตุผลในคำร้องขอเป็นการอ้างข้อเท็จจริงขึ้นมาใหม่เพื่อประโยชน์ในเชิงคดี

5 พ.ศ. 2567
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 3983/2567 กฎหมายอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3983/2567

การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายเพราะเหตุที่ผู้ตายลักเสื้อผ้าซึ่งมีราคารวมกันเพียง 1,040 บาท แต่กระสุนถูกที่สำคัญบริเวณหน้าอก เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย แม้จำเลยยิงเพียงนัดเดียวก็เป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน จึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันเกินสมควรแก่เหตุหรือเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน

18 พ.ศ. 2567
อ่านต่อ →
คำวินิจฉัยที่ 39/2569 กฎหมายอาญา

คำวินิจฉัยที่ 39/2569

คดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องสิบเอก ว. จำเลย ความว่า จำเลยรับราชการทหาร กระทำความผิดอาญาฐานพยายามฆ่าผู้อื่น กล่าวคือ จำเลยโดยมีเจตนาฆ่าได้ใช้อาวุธปืนพกออโตเมติกยิงผู้เสียหายมีบาดแผลกระสุนปืนทางเข้าบริเวณกลางหลังและบาดแผลกระสุนปืนทางออกบริเวณใต้รักแร้ซ้าย ซึ่งจำเลยลงมือกระทำความผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำนั้นไม่บรรลุผลเนื่องจากแพทย์รักษาผู้เสียหายได้ทันท่วงที จึงไม่ถึงแก่ความตาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายเป็นอันตรายสาหัส ต้องทุพพลภาพและป่วยเจ็บด้วยอาการทุกขเวทนาเกินกว่ายี่สิบวันและจนประกอบกรณียกิจตามปกติไม่ได้เกินกว่ายี่สิบวัน ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญาและริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธและยื่น

189 พ.ศ. 2569
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 5699/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5699/2568

การที่ผู้ร้องที่ 1 ขอถอนตนเองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกร่วมกับผู้ร้องที่ 2 เมื่อศาลชั้นต้นอนุญาตให้ผู้ร้องที่ 1 ขอถอนตนเองออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกได้ คดีจึงยังคงเหลือผู้ร้องที่ 2 เพียงผู้เดียวเป็นผู้จัดการมรดก จึงย่อมมีปัญหาเกี่ยวเนื่องจากการถอนตัวออกจากการเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ร้องที่ 1 เป็นผลให้ผู้ร้องที่ 2 มีอำนาจจัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียวหรือไม่ ซึ่งปัญหานี้ ผู้คัดค้านที่ 2 ที่ 3 และที่ 4 ได้คัดค้านเป็นประเด็นไว้แล้วว่า ผู้ร้องที่ 2 ไม่มีอำนาจหรือไม่ควรมีอำนาจจัดการมรดกแต่เพียงผู้เดียว ส่วนผู้ร้องที่ 2 โต้แย้งว่าตนมีอำนาจแต่เพียงผู้เดียว ดังนั้นปัญหาว่า ผู้ร้องที่ 2 มีอำนาจจัดการมรดกแต่

129 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 8982/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8982/2568

เบี้ยปรับเป็นเงินค่าเสียหายที่คู่สัญญากำหนดไว้ล่วงหน้าเป็นข้อสันนิษฐานเบื้องต้นว่า เจ้าหนี้ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนเงินตามที่ตกลงกัน ส่วนค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเป็นการกำหนดค่าเสียหายเพิ่มเติมจากความเสียหายที่แท้จริง โดยค่าเสียหายเพื่อการลงโทษศาลมุ่งพิจารณาที่การกระทำของผู้ก่อให้เกิดความเสียหายจากผู้กระทำละเมิดเป็นหลักเพื่อการลงโทษสำหรับการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย ในขณะเดียวกันเพื่อยับยั้งไม่ให้ผู้อื่นกระทำเช่นเดียวกับจำเลย เพื่อคุ้มครองความสงบเรียบร้อยของสังคมโดยรวม ค่าเสียหายเพื่อการลงโทษจึงไม่ใช่เบี้ยปรับและไม่อาจนำมาตรา 383 มาปรับใช้กับการกำหนดค่าเสียหายเพื่อการลงโทษได้

91 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 3297/2567 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3297/2567

ผู้ร้องยื่นคำร้องขอว่าผู้ร้องครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ 8185 ได้กรรมสิทธิ์ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1382 อันเป็นการเสนอคดีฝ่ายเดียว ศาลชั้นต้นสั่งรับคำร้องและนัดไต่สวน แม้คดีนี้ศาลชั้นต้นสั่งไม่รับคำคัดค้านเพราะผู้คัดค้านยื่นเกินกำหนด แต่ผู้คัดค้านก็มาศาลทุกนัด ชี้ให้เห็นว่าผู้คัดค้านมีเจตนาคัดค้านคำร้องของผู้ร้อง แม้ผู้คัดค้านไม่มีสิทธินำพยานเข้าสืบประกอบคำคัดค้าน แต่ย่อมมีสิทธิถามค้านพยานของผู้ร้องเพื่อจะหักล้างพยานหลักฐานของผู้ร้องได้ นอกจากนี้คดีไม่มีข้อพิพาท ศาลอาจเรียกพยานมาสืบได้เองตามที่เห็นจำเป็น และวินิจฉัยชี้ขาดตามที่เห็นสมควรและยุติธรรมตาม ป.วิ.พ. มาตรา 188 (2) เช่นนี้ จึงสมควรที่ศาลชั้นต้นจะ

57 พ.ศ. 2567
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 3837/2567 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3837/2567

การที่คู่สัญญาสมัครใจเลิกสัญญากันโดยปริยายย่อมเป็นผลให้คู่สัญญาไม่มีสิทธิและหน้าที่ตามสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดที่พิพาทอีกต่อไป โจทก์และจำเลยที่ 1 จึงต้องกลับคืนสู่ฐานะดังที่เป็นอยู่เดิม ตาม ป.พ.พ. มาตรา 391 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 1 จึงต้องคืนเงินที่รับไปจากโจทก์พร้อมดอกเบี้ย คิดแต่วันที่รับไว้ตามมาตรา 391 วรรคสอง แม้คดีนี้โจทก์มิได้บอกกล่าวทวงถามจำเลยที่ 1 มาก่อน แต่เมื่อโจทก์ฟ้องคดีนี้และจำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธจึงถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดนับแต่วันฟ้องตามมาตรา 224 วรรคหนึ่ง โจทก์จึงมีอำนาจฟ้องให้จำเลยที่ 1 คืนเงินที่ชำระไปแล้วพร้อมดอกเบี้ยได้

64 พ.ศ. 2567
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 1765/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1765/2568

โจทก์เป็นผู้ประกอบการค้าเรียกเอาค่าการงานจัดให้มีสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่ได้ทำ สิทธิเรียกร้องให้จำเลยชำระค่าบริการสาธารณะแก่โจทก์จึงมีอายุความสองปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) ไม่ใช่มีอายุความห้าปีดังที่จำเลยให้การไว้ ส่วนปัญหาว่าจำเลยให้การโดยยกอายุความห้าปีขึ้นต่อสู้โดยไม่ได้ยกอายุความสองปีตาม ป.พ.พ. มาตรา 193/34 (1) แม้ปัญหาเรื่องอายุความในคดีแพ่งจำเลยจะต้องให้การต่อสู้คดีไว้ เพราะไม่ใช่ปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชนที่ศาลจะยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบ พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 แต่คดีนี้เป็นการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีผู

132 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 3154/2568 กฎหมายอาญา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3154/2568

จำเลยทั้งสองนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนขายฝากผู้อื่นเพื่อมิให้โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาบังคับชำระหนี้แก่ที่ดินพิพาท เป็นความผิดฐานโกงเจ้าหนี้สำเร็จนับแต่วันที่จดทะเบียนขายฝาก การที่จำเลยทั้งสองไถ่ที่ดินพิพาทจากการขายฝากแล้วจดทะเบียนขายฝากในครั้งต่อ ๆ มาด้วยเจตนามิให้โจทก์บังคับชำระหนี้แก่ที่ดินพิพาทได้ จึงเป็นการกระทำหลายกรรมในแต่ละครั้งที่จดทะเบียนขายฝาก

117 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 4986/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4986/2568

โจทก์เป็นบริษัทมหาชนจำกัดจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เมื่อมีปัญหากรณีอดีตผู้บริหารของโจทก์ถูก ก.ล.ต. กล่าวโทษเกี่ยวกับการทุจริตและการตกแต่งบัญชี โจทก์ไม่ได้ดำเนินการใดในการสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนซึ่งรวมถึงจำเลยซึ่งเป็นผู้ลงทุนและเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของโจทก์ จำเลยเสนอทางเลือกเพื่อยุติความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับผู้บริหารเดิมของโจทก์ จึงต้องดำเนินการตามทางเลือกที่แถลงไว้ เมื่อไม่อาจใช้ทางเลือกในการเจรจาควบรวมกิจการ จึงต้องใช้ทางเลือกในการฟ้องร้องดำเนินคดีซึ่งนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหา ไม่ได้มีเจตนากลั่นแกล้งหรือต้องการรวมธุรกิจของโจทก์โดยไม่สุจริต การกระทำของจำเลยจึงไม่เป็นการกระทำละเมิดต่อโจทก์

101 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 5410/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5410/2568

ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 5 วรรคสอง ระบุว่าผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อ หรือตัวแทนของผู้ให้เช่าซื้อเข้าตรวจสอบสภาพทรัพย์สินได้ตลอดเวลา... ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา โดยให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ตลอดเวลา และจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อต้องยินยอมให้โจทก์หรือตัวแทนเข้าตรวจสอบทรัพย์สินนั้น อันเป็นการกำหนดหน้าที่ตามสัญญา หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตาม โจทก์มีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 13 (ข) ที่จะบอกเลิกสัญญา แต่เหตุแห่งการเลิกสัญญาดังกล่าวเกิดจากการใช้สิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อเมื่อเวลาใด ๆ ก็ได้

77 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 8225-8226/2568 กฎหมายพาณิชย์

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8225-8226/2568

คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้ยกคำเสนอข้อพิพาทของกิจการร่วมค้า บ. และผู้คัดค้านทั้งสอง และยกข้อเรียกร้องแย้งของผู้ร้องทั้งสอง ผู้ร้องที่ 1 และผู้คัดค้านทั้งสองต่างยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการตาม พ.ร.บ.อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. 2545 มาตรา 40 ประเด็นที่ศาลชั้นต้นจะต้องพิจารณาจึงมีเพียงว่า มีเหตุตามมาตราดังกล่าวที่จะเพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยส่วนหนึ่งว่า การยอมรับหรือบังคับตามคำชี้ขาดเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนจึงให้เพิกถอนคำชี้ขาดของคณะอนุญาโตตุลาการ เป็นกรณีที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยตาม มาตรา 40 แล้ว แต่ในส่วนที่วินิจฉัยแ

80 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →
คำพิพากษาฎีกาที่ 8420/2568 กฎหมายแพ่ง

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8420/2568

เมื่อข้อเท็จจริงรับฟังไม่ได้ว่าผู้ร้องทั้งสองในฐานะทายาทโดยธรรมครอบครองที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๘๖๔ ที่โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดประกาศขายทอดตลาดเป็นสัดส่วน ผู้ร้องทั้งสอง จึงไม่มีสิทธิร้องขอให้บังคับเหนือที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๘๖๔ โดยกันส่วนที่ดินตามที่ผู้ร้องทั้งสองอ้าง อย่างไรก็ตาม เมื่อที่ดินดังกล่าวเป็นทรัพย์มรดกของ ค. ซึ่งตกทอดแก่ทายาท และข้อเท็จจริงได้ความตามทางไต่สวนโดยโจทก์ไม่โต้แย้งว่า ผู้ร้องทั้งสอง อ. และ ห. เป็นบุตรของ ค. ผู้ร้องทั้งสองจึงเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิได้รับที่ดินโฉนดเลขที่ ๑๕๘๖๔ ซึ่งเป็นทรัพย์มรดกของ ค. ตาม ป.พ.พ. มาตรา ๑๖๒๙ (๑) การยึดที่ดินดังกล่าวของโจทก์ย่อมไม่กระทบกระท

101 พ.ศ. 2568
อ่านต่อ →