หลักการทำงาน ผลลัพธ์ และระยะเวลาการฉีดสเต็มเซลล์ผิวหนัง Return Cell ตั้งแต่ A ถึง Z

Date.
หลักการทำงาน ผลลัพธ์ และระยะเวลาการฉีดสเต็มเซลล์ผิวหนัง  Return Cell ตั้งแต่ A ถึง Z related image
หลักการทำงาน ผลลัพธ์ และระยะเวลาการฉีดสเต็มเซลล์ผิวหนัง Return Cell ตั้งแต่ A ถึง Z

ช่วงหลังมานี้ เมื่อหัตถการด้านชะลอวัย(Anti-aging) มีความหลากหลายมากขึ้น ทางเลือกของผู้บริโภคก็เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน ในแต่ละยุคสมัยหัตถการที่มีวัตถุประสงค์ชัดเจนอย่าง ฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ หรือเลเซอร์ เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม แต่ปัจจุบันหัตถการประเภท การฟื้นฟู (Regenerative treatment)” ที่ช่วยเสริมความสามารถในการฟื้นฟูตามธรรมชาติของผิว เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงจากต้นเหตุ กำลังได้รับความสนใจมากขึ้น และสิ่งที่อยู่ใจกลางของเทรนด์นี้ก็คือ สเต็มเซลล์ (Stem Cell)

คำว่า สเต็มเซลล์” ซึ่งกำลังเป็นประเด็นร้อนทั้งในวงการแพทย์และอุตสาหกรรมความงาม ฟังดูเหมือนเป็นแนวคิดที่ทุกคนคุ้นเคยกันดี แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีคนจำนวนไม่น้อยที่ไม่ทราบอย่างชัดเจนว่าสเต็มเซลล์คือเซลล์แบบใด และถูกนำมาใช้ในการดูแล Anti-aging อย่างไร ในคอลัมน์นี้ เราจะมาทำความเข้าใจทีละประเด็น ตั้งแต่แนวคิดของสเต็มเซลล์ ประสิทธิภาพของการฉีดสเต็มเซลล์เข้าสู่ผิว ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมหัตถการนี้จึงได้รับความนิยมและถูกจับตามองอย่างมากในช่วงหลังนี้.


สเต็มเซลล์ แหล่งกำเนิดของการฟื้นฟูร่างกาย

สเต็มเซลล์คือเซลล์พื้นฐานที่มีบทบาทในการทดแทนเซลล์ที่เสียหายและช่วยฟื้นฟูเนื้อเยื่อของร่างกาย โดยมีลักษณะสำคัญดังนี้

คุณสมบัติสำคัญของสเต็มเซลล์

ความสามารถในการเปลี่ยนแปลงเป็นเซลล์หลายชนิด
(
สเต็มเซลล์หนึ่งเซลล์สามารถพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่าง ๆ เช่น เซลล์ผิวหนัง กล้ามเนื้อ หรือเซลล์เลือด)

ความสามารถในการเพิ่มจำนวนตัวเอง
(
สามารถสร้างสเต็มเซลล์ชนิดเดียวกันขึ้นมาได้อย่างต่อเนื่อง)

ด้วยความสามารถทั้งสองประการนี้ สเต็มเซลล์จึงถือเป็นหัวใจสำคัญของ เวชศาสตร์ฟื้นฟูและเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพผิวอีกด้วย

การฉีดสเต็มเซลล์ผิว Return Cell คืออะไร?2c23247b220f9416640725752cb20f5b_1773310883_5998.png

การฉีดสเต็มเซลล์ผิว AB Return Cell เป็นสกินบูสเตอร์สเต็มเซลล์ระดับพรีเมียมที่พัฒนาขึ้นบนพื้นฐานของเทคโนโลยีเวชศาสตร์ฟื้นฟูของ AB โดยออกแบบมาเพื่อช่วยให้ผิวที่เสียหายสามารถฟื้นฟูตัวเองได้ตามธรรมชาติ หลักการสำคัญคือการใช้ ระบบฟื้นฟู 6 ชั้น (6-Layer Regeneration System) ซึ่งประกอบด้วย สเต็มเซลล์, Growth Factors, SDF-1α, เกล็ดเลือด, เม็ดเลือดขาว และโปรตีนจากพลาสมาในเลือดของผู้รับการรักษาเอง เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูผิวในหลายระดับ

เริ่มจาก SDF-1α ทำหน้าที่ดึงดูดสเต็มเซลล์ไปยังบริเวณเนื้อเยื่อที่เสียหาย เพื่อเสริมสัญญาณการซ่อมแซม ขณะที่ โกรทแฟกเตอร์และเกล็ดเลือด จะช่วยกระตุ้นการแบ่งตัวของเซลล์ การสร้างคอลลาเจน และการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ส่วน เม็ดเลือดขาวและโปรตีนจากพลาสมาในเลือดตนเอง จะช่วยควบคุมการอักเสบและเสริมความมั่นคงของระบบป้องกัน ทำให้สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการฟื้นฟูผิวมีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น

ในกระบวนการนี้ การฟื้นฟูจะเกิดขึ้นอย่างเป็นลำดับ ตั้งแต่ เซลล์ที่เสียหาย เนื้อเยื่อ ไปจนถึงโครงสร้างของชั้นผิวโดยรวม ทำให้ผิวค่อย ๆ กลับคืนความสามารถในการฟื้นฟูตามธรรมชาติ กล่าวได้ว่า Return Cell ไม่ใช่เพียงหัตถการที่ทำให้ผิวดูดีแค่ภายนอก แต่เป็นการฟื้นฟูเชิงลึกตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงโครงสร้างของผิว

ด้วยหลักการดังกล่าว Return Cell Skin Booster จึงให้ผลลัพธ์ในการปรับปรุงผิวที่ครอบคลุมกว่าสกินบูสเตอร์ทั่วไป โดยสกินบูสเตอร์ทั่วไปมักเน้นการเติมสารอาหารจากภายนอก เช่น ไฮยาลูรอนิกแอซิด วิตามิน หรือกรดอะมิโน ขณะที่ Return Cell ใช้ สเต็มเซลล์ที่ได้จากเลือดของผู้รับการรักษาเอง เพื่อกระตุ้นการฟื้นฟูของเซลล์ผิวโดยตรง จึงมีความแตกต่างในเชิงหลักการอย่างชัดเจน

ด้วยเหตุนี้จึงสามารถช่วยปรับปรุงผิวได้ในหลายด้าน เช่น เพิ่มความยืดหยุ่นของผิว ลดเลือนริ้วรอยเล็ก ๆ ฟื้นฟูพื้นผิวผิวให้เรียบเนียน คืนความกระจ่างใส เพิ่มความเร็วในการฟื้นฟูผิว และเสริมความแข็งแรงให้กับชั้นหนังแท้ที่เสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหมาะกับการฟื้นฟู โครงสร้างผิวที่อ่อนแอลงจากวัย


Return Cell เป็นสกินบูสเตอร์สเต็มเซลล์แบบฟื้นฟูเชิงลึก ที่ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงผิวชั้นนอกอย่างครบวงจร



ผลลัพธ์ของการฉีดสเต็มเซลล์ผิว Return Cell ของ AB

2c23247b220f9416640725752cb20f5b_1773311008_4928.png

สกินบูสเตอร์สเต็มเซลล์แตกต่างจากสกินบูสเตอร์ทั่วไปที่มุ่งเน้นเพียงการเพิ่มความชุ่มชื้นหรือปรับความยืดหยุ่นของผิวใน

ระยะสั้น จุดเด่นสำคัญคือเป็น หัตถการฟื้นฟูแบบสองระดับ ที่ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูทั้งในระดับ เซลล์ และ โครงสร้างผิว ไปพร้อมกัน

Return Cell Skin Booster ทำงานผ่านสารออกฤทธิ์จากสเต็มเซลล์และสูตรฟื้นฟูผิวที่พัฒนาขึ้นโดยเฉพาะ โดยช่วยฟื้นฟูผิวในสองแกนหลัก คือ Cell Return (การฟื้นฟูระดับเซลล์) และ Skin Return (การฟื้นฟูระดับผิว) เพื่อฟื้นคืนสภาพผิวอย่างลึกซึ้งและยั่งยืน


🔹 1) Cell Returnการฟื้นฟูระดับเซลล์อย่างลึกซึ้ง

อาศัยหลักการของการฉีดสเต็มเซลล์เข้าสู่ผิว เพื่อปรับสมดุลของสภาพแวดล้อมของเซลล์ที่เสียหาย และกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับเซลล์ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูผิว

กระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่

เสริมประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระ

เสริมภูมิคุ้มกันของผิวฟื้นฟูการทำงานและสภาพผิวโดยรวม

🔹 2) Skin Returnการฟื้นฟูโครงสร้างผิวในระดับหนังกำพร้าและหนังแท้

ปฏิกิริยาการฟื้นฟูที่ถูกกระตุ้นโดยสเต็มเซลล์ รวมถึงส่วนประกอบสำคัญของ Return Cell เช่น Growth Factors และ SDF-1α จะทำงานโดยตรงในชั้นผิว เพื่อช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวอย่างเป็นระบบ

กระตุ้นกระบวนการฟื้นฟูผิว

เพิ่มความยืดหยุ่น พร้อมคืนความเปล่งปลั่งให้ผิว

ช่วยลดรอยแดงและปัญหาเม็ดสีผิวช่วยให้รูขุมขนดูกระชับขึ้น


เทคโนโลยีของ AB Return Cell

ระบบการสกัดเข้มข้นที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดการปนเปื้อน และมีอัตราการอยู่รอดของเซลล์สูง

2c23247b220f9416640725752cb20f5b_1773311086_5584.png

AB Return Cell Skin Booster ไม่ใช่เพียงการฉีดสเต็มเซลล์เข้าสู่ผิวทั่วไป แต่จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือการใช้ ระบบเฉพาะที่ช่วยรักษาอัตราการอยู่รอดของเซลล์ในระดับสูง ตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บตัวอย่างเลือดไปจนถึงการสกัดและเข้มข้นเซลล์

เริ่มจาก ชุดอุปกรณ์เก็บตัวอย่างเลือดเฉพาะของ Return Cell ที่ออกแบบมาให้สามารถเก็บเลือดได้อย่างสะดวกและแยกส่วนได้อย่างรวดเร็ว ช่วยลดการสูญเสียของสเต็มเซลล์ให้น้อยที่สุด นอกจากนี้ยังมี โครงสร้างปิดผนึกสองชั้นและ การออกแบบพื้นที่แยก 3 ช่อง เพื่อป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอก ทำให้สามารถคัดแยกเฉพาะเซลล์ที่ยังมีชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีเสถียรภาพ เทคโนโลยีนี้ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่กำหนดคุณภาพของสกินบูสเตอร์สเต็มเซลล์ และมีบทบาทสำคัญในการรักษาความเสถียรของเซลล์จนถึงช่วงเวลาก่อนการทำหัตถการ

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบการสกัดและเข้มข้นของ Return Cell ถูกออกแบบมาเพื่อให้มีอัตราการเข้มข้นของเซลล์ที่สูงกว่าปริมาณเลือดที่เก็บมาอย่างมาก เมื่อเทียบกับ PRP ทั่วไป เทคโนโลยีการเข้มข้นนี้มีประสิทธิภาพสูงกว่าประมาณ 55–282 เท่า ทำให้สามารถสกัดสเต็มเซลล์ที่มีชีวิตได้ในปริมาณมากอย่างชัดเจน

ตัวอย่างเช่น

จากเลือด 30 cc สามารถสกัดสเต็มเซลล์ที่มีชีวิตได้ประมาณ 70 ล้านเซลล์

จากเลือด 60 cc สามารถสกัดเซลล์ที่มีชีวิตได้ประมาณ 150 ล้านเซลล์

จึงสามารถคาดหวังผลลัพธ์ด้านการฟื้นฟูผิวได้สูงขึ้น อัตราการอยู่รอดของเซลล์ที่สูงและความสามารถในการสกัดเข้มข้นนี้ถือเป็น จุดแตกต่างเฉพาะของ Return Cell ซึ่งช่วยสร้างความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดในด้าน ความเร็วของการฟื้นฟูผิวและการปรับปรุงความยืดหยุ่นของผิวในระยะยาว

ดังนั้น Return Cell Skin Booster จึงได้รับการประเมินว่าเป็นหัตถการฟื้นฟูผิวประสิทธิภาพสูง ที่สามารถส่งผ่าน เซลล์ที่ยังมีชีวิตในปริมาณมากเข้าสู่ชั้นผิวลึก ได้มากกว่าการฉีดสเต็มเซลล์ผิวทั่วไป


ข้อแตกต่างระหว่าง PRP และ Return Cell

2c23247b220f9416640725752cb20f5b_1773311117_1991.png

การฉีด PRP

การสกัดเข้มข้นที่เน้นเกล็ดเลือด
เพิ่มเฉพาะเกล็ดเลือดประมาณ 2 เท่า ขณะที่เซลล์ชนิดอื่นมักลดลงหลังการสกัดเข้มข้น

อัตราการอยู่รอดของเซลล์ค่อนข้างต่ำ
โดยเฉลี่ยประมาณ 50%

ระบบเปิดที่มีความเสี่ยงต่อการปนเปื้อน
มีโอกาสสัมผัสอากาศ จึงอาจทำให้ผลลัพธ์มีความแปรปรวน

ไม่มีองค์ประกอบของสเต็มเซลล์
ส่วนใหญ่มีเพียงเกล็ดเลือด ทำให้ขอบเขตการฟื้นฟูค่อนข้างจำกัด


การฉีดสเต็มเซลล์ผิว Return Cell

สกัดเข้มข้นสเต็มเซลล์ โกรทแฟกเตอร์ เม็ดเลือดขาว และเกล็ดเลือดสูง 4–6 เท่า
รวมเซลล์สำคัญที่จำเป็นต่อการฟื้นฟูผิวไว้อย่างครบถ้วน

อัตราการอยู่รอดของเซลล์สูง 80–98%
ทำให้มีเซลล์ที่ยังมีชีวิตถูกส่งเข้าสู่ผิวได้มากกว่า

ระบบปิดแบบสมบูรณ์
ป้องกันการปนเปื้อนจากภายนอก ให้ผลลัพธ์ที่เสถียรและสม่ำเสมอ

มีการให้สเต็มเซลล์เม็ดเลือด 5 ชนิด
ให้ประสิทธิภาพการฟื้นฟูที่กว้างกว่า PRP และถือเป็นสกินบูสเตอร์สเต็มเซลล์ที่มีประสิทธิภาพสูง


ระยะเวลาการฉีดสเต็มเซลล์ผิว AB Return Cell

ระยะเวลาที่แนะนำ

ช่วงเริ่มต้น: ทำ 3 ครั้ง ห่างกันทุก 2–3 สัปดาห์

ช่วงดูแลผลลัพธ์: ทำ 1 ครั้ง ทุก 6 เดือน – 1 ปี

ทั้งนี้ ระยะเวลาการทำอาจมีการปรับให้เหมาะสมกับ สภาพผิวของแต่ละบุคคล



ขั้นตอนการทำ Return Cell Stem Cell Skin Booster เพื่อใช้สารสำคัญได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ระบบการทำ Return Cell Stem Cell Skin Booster มีขั้นตอนดังนี้


STEP 01. การวินิจฉัยและปรึกษา
วิเคราะห์สภาพผิวของแต่ละบุคคล และออกแบบแผนการรักษาให้เหมาะสม

STEP 02. การเก็บตัวอย่างเลือด
เก็บเลือดเพื่อใช้สกัดสเต็มเซลล์และสารฟื้นฟูผิว

STEP 03. การสกัดสเต็มเซลล์
แยกและทำให้บริสุทธิ์ได้ สเต็มเซลล์และสารกระตุ้นการฟื้นฟูที่มีความเข้มข้นสูง

STEP 04. การฉีดเข้าสู่ชั้นหนังแท้
ฉีดสกินบูสเตอร์สเต็มเซลล์เข้าสู่ ชั้นหนังแท้ของผิวโดยตรง

STEP 05. การทาพลาสมา (PPP) ของตนเอง
ทาพลาสมาจากเลือดของผู้รับการรักษาเพื่อช่วย เพิ่มประสิทธิภาพการฟื้นฟู

STEP 06. การดูแลเพื่อการดูดซึม

ขั้นตอนดูแลผิวหลังทำ เพื่อช่วยให้สารสำคัญ ดูดซึมได้ดีขึ้น พร้อมปลอบประโลมและฟื้นฟูผิว


เหตุผลที่ควรฉีดสเต็มเซลล์ผิวในสถานพยาบาลที่ได้รับการรับรองด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูง

2c23247b220f9416640725752cb20f5b_1773311191_7682.png

การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ไม่ใช่เพียงการฉีดเข้าสู่ผิวหนังทั่วไป แต่เป็น เทคโนโลยีทางการแพทย์ขั้นสูง ที่ใช้สเต็มเซลล์ของผู้รับการรักษาเองเพื่อช่วยฟื้นฟูเซลล์และเนื้อเยื่อที่เสียหาย

เวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูง ไม่ได้ช่วยเพียงเรื่อง การฟื้นฟูผิวและชะลอวัย เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยในการ ซ่อมแซมเนื้อเยื่อและรักษารอยแผลเป็น ได้อีกด้วย จึงถือเป็นหนึ่งในสาขาการแพทย์แห่งอนาคตที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก

ด้วยความที่การรักษาด้วยสเต็มเซลล์ต้องอาศัย ความเชี่ยวชาญระดับสูงและมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวด จึงไม่ใช่หัตถการที่สถานพยาบาลทั่วไปจะสามารถให้บริการได้ การรักษาประเภทนี้จำเป็นต้องควบคุมปัจจัยสำคัญหลายด้าน เช่น อัตราการอยู่รอดของเซลล์ ความปลอดเชื้อ กระบวนการจัดการเซลล์ และเทคนิคการฉีด ซึ่งล้วนมีผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพของการรักษา ดังนั้นการเลือกสถานพยาบาลที่มีความพร้อมในการดูแลกระบวนการเหล่านี้อย่างเหมาะสมจึงมีความสำคัญอย่างมาก และสถานพยาบาลที่ผ่านเกณฑ์ดังกล่าวก็คือ สถาบันเวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูงที่ได้รับการรับรอง


ความเสี่ยงที่ควรระวังในการรักษาด้วยสเต็มเซลล์

ความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ หากมีการเก็บหรือจัดการเซลล์ในสภาพที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

ประสิทธิภาพของการรักษาลดลง หากอัตราการอยู่รอดของเซลล์ต่ำ

ความเป็นไปได้ของการเพิ่มจำนวนของเซลล์ที่ผิดปกติ หากมีการเพาะเลี้ยงหรือฉีดเซลล์อย่างไม่เหมาะสม

อาการช้ำ บวม หรือการอักเสบที่มากขึ้น หากทำหัตถการโดยผู้ที่ขาดประสบการณ์

ดังนั้น การรักษาด้วยสเต็มเซลล์จึงควรทำใน สถาบันเวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูง ที่มีมาตรฐานด้านการจัดการเซลล์ตาม มาตรฐาน GMP, ระบบปลอดเชื้อที่เข้มงวด และบุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู เช่นคลีนิกผิวABเพื่อให้มั่นใจทั้งในด้าน ความปลอดภัยและประสิทธิภาพของการรักษา


ความปลอดภัย ผลลัพธ์ และความเชี่ยวชาญ

คำตอบของการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ที่คลีนิกผิว AB

2c23247b220f9416640725752cb20f5b_1773311234_619.png

การวิจัยด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูงที่ใช้ เซลล์หรือเนื้อเยื่อที่ได้จากร่างกายมนุษย์ เพื่อช่วยฟื้นฟูเซลล์และเนื้อเยื่อที่เสียหายให้กลับมาทำงานได้ตามปกติ สามารถดำเนินการได้เฉพาะใน สถาบันเวชศาสตร์ฟื้นฟูขั้นสูงที่ได้รับการแต่งตั้งจากกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการของเกาหลี เท่านั้น

คลีนิกผิว AB มีทั้ง บุคลากรผู้เชี่ยวชาญด้านการวิจัยสเต็มเซลล์ และ ระบบจัดการเซลล์ตามมาตรฐาน GMP จึงสามารถนำสเต็มเซลล์มาใช้กับผู้ป่วยได้ในสภาพที่มี ความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากนี้ ภายในคลินิกยังมี ทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้านการรักษาด้วยเซลล์และการฟื้นฟูผิว ประจำอยู่ ทำให้ทุกขั้นตอนของการรักษาด้วยสเต็มเซลล์ดำเนินไปอย่างเป็นระบบและมีมาตรฐาน

ยิ่งไปกว่านั้น การรักษาไม่ได้ใช้เพียงสเต็มเซลล์เท่านั้น แต่ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จะทำการวิเคราะห์อย่างละเอียด

ทั้งระดับความเสื่อมของผิว โครงสร้างเนื้อเยื่อ ความสามารถในการฟื้นตัว และประเภทผิวของแต่ละบุคคล เพื่อออกแบบแผนการรักษาที่เหมาะสมที่สุด

หากคุณต้องการ การฟื้นฟูตั้งแต่ระดับเซลล์ไปจนถึงโครงสร้างผิว ลองสัมผัสการดูแลด้วย Return Cell Skin Booster จากคลีนิกผิวAB เพื่อช่วยให้ผิวกลับมาดูอ่อนเยาว์อีกครั้ง


หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม แนะนำให้ท่านเข้ามาปรึกษากับทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรงที่คลีนิกผิว AB เพื่อรับข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น สำหรับราคาการทำหัตถการและการสอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการอื่น ๆ สามารถตรวจสอบได้ที่ลิงก์ด้านล่าง และกรอกแบบฟอร์มขอรับคำปรึกษาไว้ เราจะติดต่อกลับโดยเร็วที่สุด




For more details, we recommend visiting AB Clinic and consulting with our dedicated dermatology specialists.
For inquiries about treatment costs and other procedures, please check the link below and leave a consultation request. We’ll get back to you as soon as possible.

Privacy Policy

AB Clinic (hereinafter referred to as "the Clinic") establishes and discloses this Privacy Policy in accordance with Article 30 of the Personal Information Protection Act to protect the personal information of data subjects and to process related concerns promptly and smoothly.

Article 1 (Purpose of Personal Information Processing)

The Clinic uses the collected personal information for the following purposes and does not use it for purposes beyond those stated. If there is a change in the purpose of use, prior consent will be obtained.

  • Provision of Medical Services: Diagnosis, appointment confirmation, patient verification during examinations and treatments, billing, payment, and refunds.
  • Customer Management and Communication: Handling complaints, resolving concerns, providing medical information, and offering consultation services.
  • Compliance with Legal Obligations: Retaining medical records and responding to legal and administrative requirements.
  • Research and Education: Quality management of medical services and utilization for internal statistical analysis.

Article 2 (Retention and Processing Period of Personal Information)

The Clinic processes and retains personal information in accordance with legal regulations or with the consent of the data subject. The major retention and processing periods are as follows:

Membership Information
Until account deletion
Medical Records
Retained for 10 years as per the Medical Law Enforcement Rules, Article 15
Payment Information
Retained for 5 years according to the Credit Information Act
Survey and Event Information
Destroyed immediately after the purpose is achieved

Article 3 (Categories and Methods of Personal Information Collection)

Collected Information
  • During Membership Registration Required: Name, ID, Password, Email, Mobile Number, Address, Date of Birth / Optional: Gender, Preferred Treatment Information
  • During Medical Treatment and Payment Required: Name, Gender, Date of Birth, Contact Information, Address, Medical History, Treatment Records, Payment Information
  • Automatically Collected Access logs, IP address, and cookie information
Collection Methods
Website, written forms, phone, fax, email, online consultations, in-person visits, etc.

Article 4 (Provision of Personal Information to Third Parties)

The Clinic does not provide personal information to third parties without the data subject’s consent, except in the following cases:

  • When required by law
  • When necessary for the urgent protection of life, body, or property of the data subject
  • When submitting medical records for reimbursement claims to the Health Insurance Review & Assessment Service

Article 5 (Destruction of Personal Information)

The Clinic promptly destroys personal information when the retention period expires or when processing objectives have been achieved.

  • Destruction Procedure: Deleted after internal approval upon reaching the destruction criteria
  • Destruction Method: Electronic files are permanently erased, and paper documents are shredded or incinerated

Article 6 (Rights of Data Subjects)

Data subjects have the following rights regarding their personal information:

  • Request to access personal information
  • Request correction or deletion of personal information
  • Request to stop the processing of personal information

Article 7 (Security Measures for Personal Information)

The Clinic takes the following measures to ensure the protection of personal information:

  • Administrative Measures: Employee training on personal information handling, establishment of internal management plans
  • Technical Measures: Encryption, access control, and installation of security programs
  • Physical Measures: Restricted access to data storage and IT rooms

Article 8 (Use and Rejection of Cookies)

The Clinic may use cookies for website operation, and data subjects can refuse cookie settings. However, rejecting cookies may limit the use of certain services.

Article 9 (Personal Information Protection Officer)

For inquiries regarding personal information protection, please contact the designated officer below:

  • Contact Person: Sujin Kang
  • Position: Personal Information Protection Officer
  • Contact Information: 02-512-1288 / abps20@naver.com

Article 10 (Changes to the Privacy Policy)

This Privacy Policy is effective from January 6, 2025. Any changes will be announced on the website.

회원로그인

회원가입