ผศ.ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ |
Future Skills ทักษะบัณฑิตแห่งอนาคต “ต้องทั้งเก่ง...และอยู่เป็น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และพลวัตของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เพียงแค่ทักษะความรู้พื้นฐานไม่อาจเพียงพอสำหรับการเผชิญกับความซับซ้อนของโลกการทำงานและสังคมร่วมสมัยได้อีกต่อไป แนวคิดเรื่องทักษะแห่งอนาคต หรือ Future Skills ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการปรับตัวของพนักงานถือเป็นทักษะทางอารมณ์และสังคม หรือ Soft Skills ที่จำเป็นในอนาคต และทักษะเหล่านี้ผู้ประกอบการเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างชัดเจน SCBX (2568, น. 282) ได้กล่าวถึงไว้ใน Future Trend Ahead 2025 ว่า 9 ใน 10 ของผู้บริหารระดับสูงเห็นว่าทักษะด้าน Soft Skills มีความสำคัญมากขึ้น โดยที่ทักษะด้านการสื่อสารจะยังคงเป็นที่ต้องการสูงสุด รวมถึงความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในยุค AI ครองเมือง
Future Skills ทักษะบัณฑิตแห่งอนาคต “ต้องทั้งเก่ง...และอยู่เป็น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และพลวัตของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เพียงแค่ทักษะความรู้พื้นฐานไม่อาจเพียงพอสำหรับการเผชิญกับความซับซ้อนของโลกการทำงานและสังคมร่วมสมัยได้อีกต่อไป แนวคิดเรื่องทักษะแห่งอนาคต หรือ Future Skills ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการปรับตัวของพนักงานถือเป็นทักษะทางอารมณ์และสังคม หรือ Soft Skills ที่จำเป็นในอนาคต และทักษะเหล่านี้ผู้ประกอบการเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างชัดเจน SCBX (2568, น. 282) ได้กล่าวถึงไว้ใน Future Trend Ahead 2025 ว่า 9 ใน 10 ของผู้บริหารระดับสูงเห็นว่าทักษะด้าน Soft Skills มีความสำคัญมากขึ้น โดยที่ทักษะด้านการสื่อสารจะยังคงเป็นที่ต้องการสูงสุด รวมถึงความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในยุค AI ครองเมือง

ผศ.ดร.มาธุสร แข็งขัน กับภารกิจท้าทายของ GenEd สร้างคนให้เต็มคน
"สวนสุนันทา" ได้ชื่อว่ามหาวิทยาลัยที่เป็นผู้นำเรื่องการจัดการเรียนการสอนหมวดวิชาศึกษาทั่วไป (General Education หรือ GenEd) มหาวิทยาลัยหนึ่ง เพราะเป็นมหาวิทยาลัยแรก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนจากห้องเล็ก ๆ มาเรียนแบบกลุ่ม ๆ และนับพันคน ในขณะเดียวกันก็เน้นหนักผลลัพธ์การเรียนการสอนไปที่แก่นปรัชญาของหมวดวิชานี้ คือ “การสร้างคนให้เต็มคน” สำนักวิชาการการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ เป็นหน่วยงานในกำกับที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทารับผิดชอบดูแลการจัดการเรียนหมวดวิชาศึกษาทั่วไป โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาธุสร แข็งขัน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการอยู่ในปัจจุบัน

DR. Mosquito รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวัฒน์ ชัยพงศ์พัชรา “ต้องรู้ให้เยอะและลึกที่สุด”
แม้ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจะได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่มหาวิทยาลัยหนึ่งก็ตาม แต่สำหรับก้าวย่างในโลกวิชาการ ถือได้ว่า สวนสุนันทาเติบโตแบบก้าวกระโดด มาถึงวันนี้ อาจกล่าวได้ว่า สวนสุนันทาไม่น้อยหน้ากว่ามหาวิทยาลัยเก่าแก่อื่น ๆ แต่อย่างใด พลังการขับเคลื่อนที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ “สวนสุนันทา” วางรากฐานสำคัญให้อาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัย ใช้วิทยาการ “วิจัย” เป็นแนวนำในการสร้างความรู้ มาถึงวันนี้ สวนสุนันทามีนักวิจัยที่มีองค์ความรู้ได้รับการยอมรับในศาสตร์สาขาต่าง ๆ มากมาย สุดยอดนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามีความภาคภูมิใจมากที่สุดคนหนึ่ง...น่าจะเป็นคนนี้

สิบสามตำหนักในสวนสุนันทา
ตำหนักต่าง ๆ ในพื้นที่สวนป่าสวนสุนันทา มีทั้งสิ้น 32 ตำหนัก ซึ่งเดิมเป็นที่ประทับและที่พำนักของราชสำนักฝ่ายใน ไม่มีการตั้งชื่อตำหนักไว้ ภายหลังใช้เรียกเป็นหมายเลขตึกแทนคำว่า “ตำหนัก” ตึกเหล่านี้กระจายอยู่ตามพื้นที่ทั้งหมด 122 ไร่ ซึ่งตามหลักฐานที่ค้นพบในส่วนของโรงเรียนสุนันทาวิทยาลัย จะมีตึกรวม 13 หลัง ซึ่งได้แก่ ตึก 6 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุวพักตร์วิไลยพรรณ) ตึก 17 (ที่ประทับพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอดิศัยสุริยาภา และเจ้าจอมมารดาอ่อน) ตึก 18 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ) ตึก 19 (ที่พำนักเจ้าจอมเอื้อน) ตึก 20 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงอาทรทิพยนิภา) ตึก 21

ห้องเรียนที่ไร้ผนัง: เมื่อโลกกว้างคือหลักสูตรที่ไม่มีวันจบ
นึกย้อนไปสมัยเรียนและทำวิทยานิพนธ์ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ บ่อยครั้งทำงานในห้องและขลุกตัวอยู่กับเอกสารแต่ก็ยังคิดงานไม่ออก จนกระทั่งนึกถึงคำพูดหนึ่งของอาจารย์ผู้เขียน ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สันติ เล็กสุขุม ซึ่งผู้เขียนยังคงจำได้และชอบมากเวลาออกทัศนศึกษาคือ “ออกไปคุยกับศิลปกรรมดูบ้าง” และเกือบทุกครั้งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นไปอย่างน่าพึงพอใจ จนกระทั่งในหลาย ๆ ครั้ง เมื่อผู้เขียนเดินทางท่องเที่ยวไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และนำภาพสถานที่นั้น ๆ กลับมาพูดคุยหรือนำเสนอมุมมองต่อนักศึกษาผ่านเรื่องเล่า (Storytelling) ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า การศึกษาไม่ควรนิยามไว้เพียงแต่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมของห้องเรียนหรือกระดาษเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เขียนเอง

บ้านดีเพราะโครงสร้าง…หรือเพราะฮวงจุ้ย?
เมื่อบ้านคือสนามต่อรองระหว่างเหตุผลทางวิทยาศาสตร์กับความหมายทางวัฒนธรรม เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างคอนกรีตและเหล็กเสริม แต่เป็นพื้นที่ที่รองรับความคาดหวัง ความกลัว ความหวัง ความสบายใจของผู้อยู่อาศัย สถาปัตยกรรมจึงไม่ใช่เพียงศาสตร์แห่งการคำนวณตามหลักวิศวกรรมที่ถูกหลักการ แต่เป็นสนามต่อรองหลายอย่างผสมกันซินแสกับสถาปนิก “บ้านหนึ่งหลังอาจแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม แต่หากทิศทางไม่ถูกใจ ความไม่สบายใจก็ยังคงอยู่” ประโยคนี้สะท้อนคำถามสำคัญทางสังคมศาสตร์และวิชาชีพสถาปัตยกรรมว่า ระหว่าง “ซินแส” ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย กับ “สถาปนิก” ผู้ยืนอยู่บนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ใครกันแน่ที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบพื้นที่ชีวิตของผู้คน

จากเวทีแรกสู่มงกุฎแห่งความพยายาม เรื่องเล่าของ “ออโต้ – ปรเมธ รันระนา (อลิสา ใจเพ็ชร์)” SSRU Queen 2026
ในทุกความสำเร็จ มักมีเรื่องราวของความพยายามซ่อนอยู่เสมอ และสำหรับ “ออโต้” หรือ ปรเมธ รันระนา (อลิสา ใจเพ็ชร์) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 แขนงวิชาศิลปะการละคร สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละครและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์) คณะศิลปกรรมศาสตร์ เรื่องราวของเธอคือภาพสะท้อนของความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ และการไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน ออโต้ เติบโตมาท่ามกลางครอบครัวไทยพุทธธรรมดา ๆ ที่คอยสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่โรงเรียนวัดกำแพงในระดับอนุบาลและประถมศึกษา ต่อเนื่องสู่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย แผนการเรียนอังกฤษ–จีน เส้นทางการศึกษาของเธออาจดูเรียบง่าย แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความฝันที่ชัดเจน

Future Skills ทักษะบัณฑิตแห่งอนาคต “ต้องทั้งเก่ง...และอยู่เป็น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และพลวัตของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เพียงแค่ทักษะความรู้พื้นฐานไม่อาจเพียงพอสำหรับการเผชิญกับความซับซ้อนของโลกการทำงานและสังคมร่วมสมัยได้อีกต่อไป แนวคิดเรื่องทักษะแห่งอนาคต หรือ Future Skills ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการปรับตัวของพนักงานถือเป็นทักษะทางอารมณ์และสังคม หรือ Soft Skills ที่จำเป็นในอนาคต และทักษะเหล่านี้ผู้ประกอบการเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างชัดเจน SCBX (2568, น. 282) ได้กล่าวถึงไว้ใน Future Trend Ahead 2025 ว่า 9 ใน 10 ของผู้บริหารระดับสูงเห็นว่าทักษะด้าน Soft Skills มีความสำคัญมากขึ้น โดยที่ทักษะด้านการสื่อสารจะยังคงเป็นที่ต้องการสูงสุด รวมถึงความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในยุค AI ครองเมือง

ผศ.ดร.มาธุสร แข็งขัน กับภารกิจท้าทายของ GenEd สร้างคนให้เต็มคน
"สวนสุนันทา" ได้ชื่อว่ามหาวิทยาลัยที่เป็นผู้นำเรื่องการจัดการเรียนการสอนหมวดวิชาศึกษาทั่วไป (General Education หรือ GenEd) มหาวิทยาลัยหนึ่ง เพราะเป็นมหาวิทยาลัยแรก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนจากห้องเล็ก ๆ มาเรียนแบบกลุ่ม ๆ และนับพันคน ในขณะเดียวกันก็เน้นหนักผลลัพธ์การเรียนการสอนไปที่แก่นปรัชญาของหมวดวิชานี้ คือ “การสร้างคนให้เต็มคน” สำนักวิชาการการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ เป็นหน่วยงานในกำกับที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทารับผิดชอบดูแลการจัดการเรียนหมวดวิชาศึกษาทั่วไป โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาธุสร แข็งขัน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการอยู่ในปัจจุบัน

DR. Mosquito รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวัฒน์ ชัยพงศ์พัชรา “ต้องรู้ให้เยอะและลึกที่สุด”
แม้ว่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาจะได้ชื่อว่าเป็นมหาวิทยาลัยกลุ่มใหม่มหาวิทยาลัยหนึ่งก็ตาม แต่สำหรับก้าวย่างในโลกวิชาการ ถือได้ว่า สวนสุนันทาเติบโตแบบก้าวกระโดด มาถึงวันนี้ อาจกล่าวได้ว่า สวนสุนันทาไม่น้อยหน้ากว่ามหาวิทยาลัยเก่าแก่อื่น ๆ แต่อย่างใด พลังการขับเคลื่อนที่สำคัญประการหนึ่งก็คือ “สวนสุนันทา” วางรากฐานสำคัญให้อาจารย์และบุคลากรในมหาวิทยาลัย ใช้วิทยาการ “วิจัย” เป็นแนวนำในการสร้างความรู้ มาถึงวันนี้ สวนสุนันทามีนักวิจัยที่มีองค์ความรู้ได้รับการยอมรับในศาสตร์สาขาต่าง ๆ มากมาย สุดยอดนักวิจัยที่มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทามีความภาคภูมิใจมากที่สุดคนหนึ่ง...น่าจะเป็นคนนี้

สิบสามตำหนักในสวนสุนันทา
ตำหนักต่าง ๆ ในพื้นที่สวนป่าสวนสุนันทา มีทั้งสิ้น 32 ตำหนัก ซึ่งเดิมเป็นที่ประทับและที่พำนักของราชสำนักฝ่ายใน ไม่มีการตั้งชื่อตำหนักไว้ ภายหลังใช้เรียกเป็นหมายเลขตึกแทนคำว่า “ตำหนัก” ตึกเหล่านี้กระจายอยู่ตามพื้นที่ทั้งหมด 122 ไร่ ซึ่งตามหลักฐานที่ค้นพบในส่วนของโรงเรียนสุนันทาวิทยาลัย จะมีตึกรวม 13 หลัง ซึ่งได้แก่ ตึก 6 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุวพักตร์วิไลยพรรณ) ตึก 17 (ที่ประทับพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอดิศัยสุริยาภา และเจ้าจอมมารดาอ่อน) ตึก 18 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าอรประพันธ์รำไพ) ตึก 19 (ที่พำนักเจ้าจอมเอื้อน) ตึก 20 (ที่ประทับของพระเจ้าบรมวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงอาทรทิพยนิภา) ตึก 21

ห้องเรียนที่ไร้ผนัง: เมื่อโลกกว้างคือหลักสูตรที่ไม่มีวันจบ
นึกย้อนไปสมัยเรียนและทำวิทยานิพนธ์ด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ บ่อยครั้งทำงานในห้องและขลุกตัวอยู่กับเอกสารแต่ก็ยังคิดงานไม่ออก จนกระทั่งนึกถึงคำพูดหนึ่งของอาจารย์ผู้เขียน ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สันติ เล็กสุขุม ซึ่งผู้เขียนยังคงจำได้และชอบมากเวลาออกทัศนศึกษาคือ “ออกไปคุยกับศิลปกรรมดูบ้าง” และเกือบทุกครั้งผลลัพธ์ที่ได้ก็เป็นไปอย่างน่าพึงพอใจ จนกระทั่งในหลาย ๆ ครั้ง เมื่อผู้เขียนเดินทางท่องเที่ยวไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ และนำภาพสถานที่นั้น ๆ กลับมาพูดคุยหรือนำเสนอมุมมองต่อนักศึกษาผ่านเรื่องเล่า (Storytelling) ทำให้เห็นภาพชัดเจนว่า การศึกษาไม่ควรนิยามไว้เพียงแต่อยู่ในกรอบสี่เหลี่ยมของห้องเรียนหรือกระดาษเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เขียนเอง

บ้านดีเพราะโครงสร้าง…หรือเพราะฮวงจุ้ย?
เมื่อบ้านคือสนามต่อรองระหว่างเหตุผลทางวิทยาศาสตร์กับความหมายทางวัฒนธรรม เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างคอนกรีตและเหล็กเสริม แต่เป็นพื้นที่ที่รองรับความคาดหวัง ความกลัว ความหวัง ความสบายใจของผู้อยู่อาศัย สถาปัตยกรรมจึงไม่ใช่เพียงศาสตร์แห่งการคำนวณตามหลักวิศวกรรมที่ถูกหลักการ แต่เป็นสนามต่อรองหลายอย่างผสมกันซินแสกับสถาปนิก “บ้านหนึ่งหลังอาจแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม แต่หากทิศทางไม่ถูกใจ ความไม่สบายใจก็ยังคงอยู่” ประโยคนี้สะท้อนคำถามสำคัญทางสังคมศาสตร์และวิชาชีพสถาปัตยกรรมว่า ระหว่าง “ซินแส” ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย กับ “สถาปนิก” ผู้ยืนอยู่บนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ใครกันแน่ที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบพื้นที่ชีวิตของผู้คน

จากเวทีแรกสู่มงกุฎแห่งความพยายาม เรื่องเล่าของ “ออโต้ – ปรเมธ รันระนา (อลิสา ใจเพ็ชร์)” SSRU Queen 2026
ในทุกความสำเร็จ มักมีเรื่องราวของความพยายามซ่อนอยู่เสมอ และสำหรับ “ออโต้” หรือ ปรเมธ รันระนา (อลิสา ใจเพ็ชร์) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 แขนงวิชาศิลปะการละคร สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละครและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์) คณะศิลปกรรมศาสตร์ เรื่องราวของเธอคือภาพสะท้อนของความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ และการไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน ออโต้ เติบโตมาท่ามกลางครอบครัวไทยพุทธธรรมดา ๆ ที่คอยสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่โรงเรียนวัดกำแพงในระดับอนุบาลและประถมศึกษา ต่อเนื่องสู่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย แผนการเรียนอังกฤษ–จีน เส้นทางการศึกษาของเธออาจดูเรียบง่าย แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความฝันที่ชัดเจน
ยอดนิยม

วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน กับการบริหารงานของชณิชา หมอยาดี “ไม่ใช่เพียงสถาบันการศึกษาแต่ที่นี่เป็นเวทีของนักปฏิบัติ”
วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ยกฐานะจากสาขาวิชาในวิทยาลัยนวัตกรรมและการจัดการขึ้นมาเป็นวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน เมื่อปี 2558 โดยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารมหาวิทยาลัยในยุคนั้นที่เชื่อมั่นว่าศาสตร์โลจิสติกส์จะมีบทบาทอันสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาประเทศและจะเป็นสาขายอดนิยมสาขาหนึ่งในอนาคต

ผู้นำการสร้างมืออาชีพ: วิสัยทัศน์ที่สะท้อนหัวใจของการพัฒนาคน
ในวันที่การศึกษาแข่งขันกันด้วยความเร็วของเทคโนโลยีและการแข่งขันของตลาดแรงงาน หน้าที่ของสถาบันอุดมศึกษาไม่ใช่เพียง “ผลิตบัณฑิต” แต่คือ “สร้างมืออาชีพ” ที่พร้อมทำงานจริง และพร้อมเติบโตอย่างมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

มุมมองของคณบดี “กัญภัส อู่ตะเภา” นิเทศศาสตร์ในกระแสธารแห่งการเปลี่ยนแปลง “ถ้าเราวิ่งตามมากไปเราอาจจะหลงทาง แต่ถ้าเราช้าไปเราจะหลุดวงโคจร”
วิทยาลัยนิเทศศาสตร์ เป็นอีกวิทยาลัยหนึ่งที่เติบโตจากการเป็นสาขาวิชาในคณะวิทยาการจัดการ และยกระดับเป็นวิทยาลัยมีฐานะเทียบเท่าคณะ เป็นหน่วยงานในกำกับที่ไม่พึ่งพางบประมาณภาครัฐ และเมื่อเริ่มต้นการเป็นวิทยาลัย ก็ถูกท้าทายความสามารถของคณะผู้บริหารทันที เพราะการจัดการเรียนการสอนถูกย้ายจากมหาวิทยาลัยแม่ที่ถนนอู่ทองนอก มาอยู่ที่วิทยาเขตนครปฐม นั่นหมายความถึงว่า จำนวนนักศึกษาจะลดลงมหาศาลจากความไม่สะดวกสบายในการเดินทาง
จากเวทีแรกสู่มงกุฎแห่งความพยายาม เรื่องเล่าของ “ออโต้ – ปรเมธ รันระนา (อลิสา ใจเพ็ชร์)” SSRU Queen 2026
ในทุกความสำเร็จ มักมีเรื่องราวของความพยายามซ่อนอยู่เสมอ และสำหรับ “ออโต้” หรือ ปรเมธ รันระนา (อลิสา ใจเพ็ชร์) นักศึกษาชั้นปีที่ 4 แขนงวิชาศิลปะการละคร สาขาศิลปะการแสดง (ศิลปะการละครและความเป็นผู้ประกอบการสร้างสรรค์) คณะศิลปกรรมศาสตร์ เรื่องราวของเธอคือภาพสะท้อนของความมุ่งมั่น ความรับผิดชอบ และการไม่ยอมแพ้ต่อความฝัน ออโต้ เติบโตมาท่ามกลางครอบครัวไทยพุทธธรรมดา ๆ ที่คอยสนับสนุนการเรียนรู้ในทุกช่วงวัย ตั้งแต่โรงเรียนวัดกำแพงในระดับอนุบาลและประถมศึกษา ต่อเนื่องสู่โรงเรียนมัธยมวัดสิงห์ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย แผนการเรียนอังกฤษ–จีน เส้นทางการศึกษาของเธออาจดูเรียบง่าย แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยความฝันที่ชัดเจน
บ้านดีเพราะโครงสร้าง…หรือเพราะฮวงจุ้ย?
เมื่อบ้านคือสนามต่อรองระหว่างเหตุผลทางวิทยาศาสตร์กับความหมายทางวัฒนธรรม เพราะบ้านไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างคอนกรีตและเหล็กเสริม แต่เป็นพื้นที่ที่รองรับความคาดหวัง ความกลัว ความหวัง ความสบายใจของผู้อยู่อาศัย สถาปัตยกรรมจึงไม่ใช่เพียงศาสตร์แห่งการคำนวณตามหลักวิศวกรรมที่ถูกหลักการ แต่เป็นสนามต่อรองหลายอย่างผสมกันซินแสกับสถาปนิก “บ้านหนึ่งหลังอาจแข็งแรงตามหลักวิศวกรรม แต่หากทิศทางไม่ถูกใจ ความไม่สบายใจก็ยังคงอยู่” ประโยคนี้สะท้อนคำถามสำคัญทางสังคมศาสตร์และวิชาชีพสถาปัตยกรรมว่า ระหว่าง “ซินแส” ผู้เชี่ยวชาญด้านฮวงจุ้ย กับ “สถาปนิก” ผู้ยืนอยู่บนฐานความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ใครกันแน่ที่มีอิทธิพลต่อการออกแบบพื้นที่ชีวิตของผู้คน
Future Skills ทักษะบัณฑิตแห่งอนาคต “ต้องทั้งเก่ง...และอยู่เป็น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ คล้ายสังข์ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัล ปัญญาประดิษฐ์ และพลวัตของเศรษฐกิจโลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน เพียงแค่ทักษะความรู้พื้นฐานไม่อาจเพียงพอสำหรับการเผชิญกับความซับซ้อนของโลกการทำงานและสังคมร่วมสมัยได้อีกต่อไป แนวคิดเรื่องทักษะแห่งอนาคต หรือ Future Skills ซึ่งหมายรวมถึงความสามารถในการปรับตัวของพนักงานถือเป็นทักษะทางอารมณ์และสังคม หรือ Soft Skills ที่จำเป็นในอนาคต และทักษะเหล่านี้ผู้ประกอบการเริ่มให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ อย่างชัดเจน SCBX (2568, น. 282) ได้กล่าวถึงไว้ใน Future Trend Ahead 2025 ว่า 9 ใน 10 ของผู้บริหารระดับสูงเห็นว่าทักษะด้าน Soft Skills มีความสำคัญมากขึ้น โดยที่ทักษะด้านการสื่อสารจะยังคงเป็นที่ต้องการสูงสุด รวมถึงความสามารถในการปรับตัว (Adaptability) กำลังเป็นที่ต้องการเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดในยุค AI ครองเมือง
ผศ.ดร.มาธุสร แข็งขัน กับภารกิจท้าทายของ GenEd สร้างคนให้เต็มคน
"สวนสุนันทา" ได้ชื่อว่ามหาวิทยาลัยที่เป็นผู้นำเรื่องการจัดการเรียนการสอนหมวดวิชาศึกษาทั่วไป (General Education หรือ GenEd) มหาวิทยาลัยหนึ่ง เพราะเป็นมหาวิทยาลัยแรก ๆ ที่เปลี่ยนแปลงระบบการเรียนการสอนจากห้องเล็ก ๆ มาเรียนแบบกลุ่ม ๆ และนับพันคน ในขณะเดียวกันก็เน้นหนักผลลัพธ์การเรียนการสอนไปที่แก่นปรัชญาของหมวดวิชานี้ คือ “การสร้างคนให้เต็มคน” สำนักวิชาการการศึกษาทั่วไปและนวัตกรรมการเรียนรู้อิเล็กทรอนิกส์ เป็นหน่วยงานในกำกับที่จัดตั้งขึ้นตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทารับผิดชอบดูแลการจัดการเรียนหมวดวิชาศึกษาทั่วไป โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาธุสร แข็งขัน ทำหน้าที่ผู้อำนวยการอยู่ในปัจจุบัน
สารจากกองบรรณาธิการ

บรรณาธิการ








