Every language has its own unique characteristics. That's why we need to customize pipeline for each language.
We combine the Float16.cloud API, Huggingface Embedding and LlamaIndex to create a new RAG pipeline for non-English languages.
- LlamaIndex (Data Framework)
- Weaviate (Vector Database)
- SeaLLM-7b-v2 (AI Model) serving by Float16.cloud
- intfloat/multilingual-e5-large (Embedding Model)
| Query | Context | SeaLLM | GPT-3.5-turbo | Language |
|---|---|---|---|---|
| FinOps Phase ประกอบด้วยอะไรบ้าง | Context information is below. --------------------- content: Break event point 5 Engineer บุคคลที่เป็นคนตัดสินความเป็นไปได้ของการสร้างผลิตภัฑณ์หรือบริการ ซึ่งความเป็นไปได้สำหรับผลิตภัฑณ์หรือบริการทางด้าน software นั้น ตั้งอยู่บนพื้นฐาน 3 สิ่งคือ Quality, Cost และ Time สามารถเลือกได้แค่ 2 ใน 3 เท่านั้น D Phases Phase กล่าวคือวงวนกระบวนการสำหรับ FinOps โดยกระบวนการดังกล่าวนั้นสามารถเริ่มจากกระบวนการใดก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเริ่มจาก Inform แต่จำเป็นต้องทำตามลำดับเช่น เริ่มจาก Optimize จากนั้นเรียงไป Operate และ Inform ตามลำดับ ซึ่งเมื่อเราสามารถวนครบรอบได้แล้ว เราสามารถทำต่อไปได้ไม่มีที่สิ้นสุด เนื่องจากทุก ๆ ครั้งในการครบรอบสิ่งที่ทีมจะได้เพิ่มคือความเข้ากันได้ของทีม (Maturity) Phase แบ่งออกด้วยกันทั้งหมด 3 phase ได้แก่ 1 Inform Phase inform จะเน้นผลลัพธ์ในการสร้างการเข้าถึงข้อมูล, การจัดการข้อมูล, การวัดผล, การกำหนดรายจ่าย และการ forecast รายจ่าย ในส่วนของ Inform จำเป็นต้องสร้างตัวชี้วัดโดยอาศัยข้อมูลจากทีมอื่นเข้ามาเป็นตัวแปรร่วมด้วย 2 Optimize หลาย ๆ บริษัทมักอยากจะกระโดดเข้ามาใน Phase นี้เป็นส่วนแรก เนื่องจากเห็นผลได้รวดเร็วและมองเห็นถึงผลลัพธ์ได้ง่าย ในส่วนของ FinOps Foundation นั้นให้ความหมายของ Phase นี้เอาไว้ว่า เป็นช่วงที่ต้องมองหาความเป็นไปได้ในการลดต้นทุนและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด หรือเข้าใจโดยง่ายว่า การ Optimize content: บริษัทมักอยากจะกระโดดเข้ามาใน Phase นี้เป็นส่วนแรก เนื่องจากเห็นผลได้รวดเร็วและมองเห็นถึงผลลัพธ์ได้ง่าย ในส่วนของ FinOps Foundation นั้นให้ความหมายของ Phase นี้เอาไว้ว่า เป็นช่วงที่ต้องมองหาความเป็นไปได้ในการลดต้นทุนและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด หรือเข้าใจโดยง่ายว่า การ Optimize ทุกอย่างนั้นจะเกิดขึ้นแบบทฤษฎีก่อนนำไปให้ทีมที่เกี่ยวข้องนั้นนำไปใช้งานจริง 3 Operate Phase นี้มักเป็นส่วนที่ถูกมองข้ามในการจำกัดความแต่ในการปฏิบัตินั้นเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการ Operate จะเป็นการเริ่มติดตามถึงตัวชี้วัดที่เราวางไว้, ติดตามถึงผลกระทบในส่วนของ Quality, Cost และ Time และในส่วนของการลงมือนำแผนการจาก Optimize นำไปใช้จริง E Domain Domain ระบุถึงกลุ่มกิจกรรมที่ให้ผลลัพธ์ออกมาในกลุ่มผลลัพธ์เดียวกัน โดย Domain นั้นจะถูกนำไปใช้ในแต่ Phase โดย Domain นั้นจะถูกกำหนดไว้ ณ ปัจจุบัน 6 Domain ได้แก่ 1 Understanding cloud usage and cost สำหรับ Domain นี้คือการรวมรวบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการใช้งาน Cloud computing และนำข้อมูลที่ได้มานั้ดจัดให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถเข้าถึงได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวต้องตอบสนองต่อแต่ละ Personas อย่างครบถ้วน 2 Performance Tracking & Benchmarking สำหรับการวัดผลและตั้งเป้าหมายจะถูกกำหนดขึ้น โดยเริ่มจากการตั้งงบประมาณ, การกำหนดผลลัพธ์ที่คาดหวัง หรือ ใช้ข้อมูลย้อนหลังเพื่อเป็นสมมติฐานการคำนวนรายจ่ายในอนาคต content: แต่ใช้งานจริงแค่เพียง 1% ของเวลาที่คิดค่าใช้จ่าย ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายส่วนเกินที่ไม่ควรเกิดขึ้น ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องให้เกิดการตรวจสอบการใช้งานได้ตลอดเวลา เพื่อติดตามและป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว VII FinOps framework ถูกสร้างขึ้นมาโดยมีหัวข้อหลักทั้งหมด 5 หัวข้อ ดังนี้ Maturity Principles Personas Phases Domains โดยแต่ละหัวข้อจะอธิบายถึงสถานะ, เครื่องมือ, กิจกรรม, ความเข้ากันได้ หรือ สิ่งขับเคลื่อน ซึ่งแต่ละหัวข้อสามารถแยกพิจารณาเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเรียงลำดับและในแต่ละบริษัทไม่จำที่จะต้องให้น้ำหนักกับแต่ละหัวข้อเหมือนกันทุกบริษัท ขึ้นอยู่กับบริบทของบริษัทนั้น ๆ เราขอเริ่มอธิบายจากหัวข้อแรก A Maturity Maturity เราอาจจะเรียกได้ว่าเป็นประสบการณ์ของทีม แต่ในที่นี้ขอเรียกว่าความเข้ากันได้ เนื่องจากบางบริษัททีมมีความเข้ากันได้อยู่แล้ว เคยทำงานร่วมกันด้วยความเข้าใจดีเยี่ยม ความเข้ากันได้ของทีมนั้น ๆ ก็จะสูงตาม ในบริบทของ FinOps เราแบ่ง Maturity ออกเป็น 3 ช่วง ได้แก่ Crawl ช่วงแรกเริ่มของการนำ FinOps เข้ามาประยุกต์เข้ากับบริษัทของตัวเอง ซึ่งเราสามารถประเมินได้ว่าบริษัทที่อยู่ในช่วงดังกล่าวได้ว่า กระบวนการทำงาน, กระบวนการรายงานผล ยังอยู่ในรูปแบบของ Manual หรือไม่ได้ใช้ระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วย รวมถึงการทำงานบางส่วน เช่น Forecast ค่าใช้จ่าย --------------------- Given the context information and not prior knowledge, answer the query. Query: FinOps Phase ประกอบด้วยอะไรบ้าง Answer: | FinOps Phase ประกอบด้วย 3 ช่วง ดังนี้: 1. Inform 2. Optimize 3. Operate แต่ละช่วงมีหน้าที่และความสำคัญที่แตกต่างกัน ดังนี้: 1. Inform: เป็นช่วงที่เน้นการสร้างการเข้าถึงข้อมูล, การจัดการข้อมูล, การวัดผล, การกำหนดรายจ่าย และการ forecast รายจ่าย ในส่วนของ Inform จำเป็นต้องสร้างตัวชี้วัดโดยอาศัยข้อมูลจากทีมอื่นเข้ามาเป็นตัวแปรร่วมด้วย 2. Optimize: หลาย ๆ บริษัทมักอยากจะกระโดดเข้ามาใน Phase นี้เป็นส่วนแรก เนื่องจากเห็นผลได้รวดเร็วและมองเห็นถึงผลลัพธ์ได้ง่าย ในส่วนของ FinOps Foundation นั้นให้ความหมายของ Phase นี้เอาไว้ว่า เป็นช่วงที่ต้องมองหาความเป็นไปได้ในการลดต้นทุนและใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงที่สุด หรือเข้าใจโดยง่ายว่า การ Optimize ทุกอย่างนั้นจะเกิดขึ้นแบบทฤษฎีก่อนนำไปให้ทีมที่เกี่ยวข้องนั้นนำไปใช้งานจริง 3. Operate: Phase นี้มักเป็นส่วนที่ถูกมองข้ามในการจำกัดความแต่ในการปฏิบัตินั้นเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการ Operate จะเป็นการเริ่มติดตามถึงตัวชี้วัดที่เราวางไว้, ติดตามถึงผลกระทบในส่วนของ Quality, Cost และ Time และในส่วนของการลงมือนำแผนการจาก Optimize นำไปใช้จริง ดังนั้น FinOps Phase ประกอบด้วย 3 ช่วง คือ Inform, Optimize, และ Operate ซึ่งแต่ละช่วงมีหน้าที่และความสำคัญที่แตกต่างกันเพื่อให้บริษัทสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของตนเอง | FinOps Phase ประกอบด้วย 3 phase คือ Inform, Optimize, และ Operate | Thai |